Writerclub

ต่อต้านภาษาวิบัติและการลอก!!!
 
เธšเน‰เธฒเธ™เธšเน‰เธฒเธ™  writerclubwriterclub  CalendarCalendar  เธŠเนˆเธงเธขเน€เธซเธฅเธทเธญเธŠเนˆเธงเธขเน€เธซเธฅเธทเธญ  เธ„เน‰เธ™เธซเธฒเธ„เน‰เธ™เธซเธฒ  เธชเธกเธฑเธ„เธฃเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ(Register)เธชเธกเธฑเธ„เธฃเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ(Register)  เธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ  เธเธฅเธธเนˆเธกเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เธเธฅเธธเนˆเธกเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰  เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš(Log in)เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš(Log in)  

Share | 
 

 Promise of Memories

Go down 
เธœเธนเน‰เธ•เธฑเน‰เธ‡เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก
อนีลัน
นักเขียนอาชีพ
นักเขียนอาชีพ
avatar

Female
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 216
อายุ : 26
Registration date : 19/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Promise of Memories   5/5/2007, 11:02 am

บทที่ 1...คำสัญญา



พระอาทิตย์ที่ทอประกายเจิดจ้าอยู่กลางผืนฟ้าสีอ่อนยังคงแผ่ความร้อนระอุออกมาเฉกเช่นดังทุกวัน เรียกเหงื่อเม็ดเป้งให้ผุดออกมาจากหน้าผากสีเข้มของชายในชุดแขนสั้นสีเทาหม่นที่หนาและร้อน ร่างสูงก้าวถอยออกมาจากต้นมะยมต้นเตี้ยเพื่อกะเล็งคร่าวๆถึงแนวที่เขาจะลงกรรไกร



“ต้นเอ้ย! มาช่วยฉันทางนี้หน่อยมา!” เสียงแหบแห้งที่เรียกมาจากอีกฝั่งทำให้เด็กหนุ่มต้องละมือจากการทำงานเมื่อครู่

“จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ!” ผู้ที่ถูกเรียกตะโกนป้องปากตอบกลับไป ถุงมือหนาสีหม่นป้ายเหงื่อไคลที่ผุดอยู่เต็มหน้าผากคล้ำจนไหลลงมาเป็นเม็ดใหญ่



ต้น ขยับปีกหมวกแก็ปที่เดิมคงเคยเป็นสีขาวให้เข้าที่แม้จะรู้ว่ามันคงจะไม่ได้ช่วยอะไรนัก ก่อนเดินฝ่าอากาศกลางแจ้งที่ร้อนเสียจนน่าหงุดหงิด

พอเห็นชายวัยกลางคนร่างหนากวักมือเรียกเร่งให้มาไวๆ ต้นก็รีบก้าวเท้ายาวๆไปยังจุดที่มีกระถางต้นลีลาวดีต้นเล็กๆเรียงรายกันอยู่เกือบสิบกระถาง



“เอ้อ มาไวดี ช่วยมายกพวกนี้ไปไว้ตรงบันไดตึกใหม่หน่อยนิ เมื่อครู่ทางฝั่งผู้รับเหมาเขาจะเรียกฉันไปคุย” ลุงบุญชม พูดพลางบ่นพึมพำถึงสภาพอากาศที่ร้อนระอุมาตลอดในช่วงหลายวันมานี้ ต้นรับฟังเพียงผ่านหูเพราะเขาเองก็ได้รับฟังเรื่องซ้ำๆนี้มาเป็นรอบที่สามแล้ว เด็กหนุ่มจึงพยายามยกกระถางลีลาวดีแสนหนักให้อยู่ในท่าที่จะอุ้มได้สะดวก แต่แล้วความหนักของกระถางใหญ่ที่แทบโอบได้ไม่มิดทำให้ต้องชันเข่าขึ้นมาช่วยรับน้ำหนักจนกางเกงยีนสีซีดที่เป็นรูขาดบริเวณที่รับน้ำหนักจากกระถางหนักๆพอดีปริรูกว้างขึ้นไปอีก

สีหน้าของชายผู้อุ้มกระถางเบ้ไปเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่าตนได้เพิ่มความเสียหายให้กางเกงลุยตัวเก่งตัวนี้อีกแล้ว ริมฝีปากบางบ่นพึมพำเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินเร็วๆลัดไปทางสนามหญ้าเพื่อจะวางเจ้ากระถางที่แสนหนักอึ้งนี้แล้วไปหยิบต้นต่อไปมาเสียที



โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งริมชานเมืองกรุงที่แสนวุ่นวาย แต่ถึงแม้ว่าพอเอ่ยชื่อโรงเรียนออกไปหลายจะร้อง อ้อ ด้วยเป็นโรงเรียนเก่าแก่ แต่ถ้าวัดถึงระดับผลการเรียนหรือการเข้ามหาวิทยาลัยที่แข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายในขณะนี้แล้ว ที่นี่เป็นเป็นเพียงโรงเรียนที่ยังอยู่มาได้ด้วยชื่อเสียงเก่าๆเท่านั้น

ภายในตัวโรงเรียนแบ่งแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน ถัดจากประตูโรงเรียนมาทางฝั่งซ้ายคือสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ที่เป็นสิ่งน่าภูมิใจแห่งหนึ่งของโรงเรียนนี้ เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยไม้ยืนต้นและไม้ดอกนานาพันธุ์แล้ว ยังมีเรือนกระจกไว้ปลูกต้นไม้หายากที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมและแปลงปลูกผักให้เหล่านักเรียนได้ลงภาคสนามอีก

ส่วนทางฝั่งขวาก็มีตึกขนาดกลางสองตึกไว้แยกเรียนระหว่างชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ที่เป็นที่น่าสนใจในขนาดนี้ก็คือตึกขนาดสูงใหญ่ใหม่เอี่ยมอีกหนึ่งตึกที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และกำลังจะเปิดให้นักเรียนใช้ครั้งแรกในปีการศึกษานี้ และที่นี่แหละที่เขาต้องขนกระถางต้นลีลาวดีทั้งหมดไปวางไว้ตรงบันไดทางขึ้น



ต้นเดินทะลุไปทางประตูโรงเรียนหวังจะตัดผ่านพื้นคอนกรีตเพื่อข้ามไปยังตึกใหม่อันเป็นเป้าหมาย แต่เพียงพ้นออกมาจากเขตสวนพฤกษศาสตร์เสียงจ้อกแจ้กจอแจที่ดั่งไปทั่วทำให้ร่างสูงหยุดยืนมองภาพระหว่างใบสีเขียวชอุ่มของต้นลีลาวดี

เหล่าเด็กนักเรียนหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขาในชุดเครื่องแบบเดินกันขวั่กไขว่เต็มลานกว้าง ต้นนิ่งไปครู่หนึ่งด้วยยังเข้าใจว่ายังคงอยู่ในช่วยปิดภาคฤดูร้อน แต่เมื่อไล่วันดีๆแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าเป็นวันที่นักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายต้องมาเข้าพิธีปฐมนิเทศก์

นัยน์ตาสีเข้มทอดออกไปไกล ถึงรู้ว่าไม่ควรหวังอะไรมากกว่านี้ แต่บางครั้งก็อดนึกไม่ได้ หากตัวเขาได้มีโอกาสเช่นนั้นบ้าง...



ไม่ได้ต้องการเกิดมาบนกองเงินกองทอง

ไม่ได้ต้องการความหรูหราฟุ้งเฟ้อแบบที่หลายๆคนหลงไหล

ไม่ได้ต้องการเที่ยวเล่นอยู่อย่างสุขสบายโดยไม่ต้องหาเลี้ยงตัวเอง



แค่เพียงอยากได้เรียนต่อก็เท่านั้น... หลายครั้งที่นึกจินตนาการตัวเองในชุดเครื่องแบบชุดสวยบ้าง ได้มีเพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกัน ได้มีคนข้างกายเพียงสักคน...

ต้นส่ายหัวรัวเร็วเมื่อนึกได้ถึงความหลังเก่าๆและความเพ้อฝันของตัวเอง แค่เด็กไม่มีวุฒิอย่างเขาได้งานดีๆทำโชคก็เข้าข้างมากพอแล้ว...นึกถึงความเป็นจริงก่อนก้าวอ้อมไปอีกทางด้วยไม่อยากฝ่าเข้าไปกลางกลุ่มนักเรียนในเครื่องแบบให้แปลกแยกเสียเปล่าๆ



“ปุ่น~~!” เสียงเรียกแหลมเล็กของเด็กสาวที่ได้ยินเพียงไกลๆแต่กลับกระตุกหัวใจของผู้ได้ยินอย่างร้ายกาจ เผลอก้าวถอยหลังไปหลบอยู่ใต้เงาไม้โดยไม่รู้ตัว กระถางลีลาวดีต้นย่อมๆค่อยๆทิ้งตัวลงบนผืนแผ่นดินอ่อนนุ่มช้าๆ

ปุ่น...ต้นขยับริมฝีปากพึมพำนามเด็กสาวเพียงแผ่วเบา ร่างบางตรงหน้าที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกกับเพื่อนร่างเล็กที่เฝ้าฝันและถวิลหาเรื่อยมา ผมที่เคยยาวเพียงประบ่ากลับเหยียดตรงเกือบถึงกลางหลังแม้จะรวบขึ้นไปด้วยริบบิ้นอันใหญ่สีขาว ดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงฉายแววสดใสเหมือนเคยแม้จะผ่านมานานเท่าไร รอยยิ้มที่ผุดพรายระบายเต็มใบหน้าผ่องแลดูมีชีวิตชีวา...

ต้นสืบเท้าหมายจะเข้าไปหาร่างบางอย่างลืมตัว แต่ขาเจ้ากรรมก็ดันไปสะดุดเจ้ากระถางลีลาวดีที่ตั้งขวางอยู่เสียนี่ หากแต่เจ้าตัวกลับนิ่งไม่ยอมเคลื่อนย้ายหรือก้าวหลบสิ่งกีดขวางให้พ้น...



ต้นลีลาวดีกำลังบอกอะไรแก่เขา?

กำลังเตือนให้นึกถึงสถานภาพในความเป็นจริงใช่หรือไม่?



ยิ่งมองใบหน้าขาวนวลเนียนตรงหน้าสลับกับผิวที่คล้ำเข้มของตัวแล้วยิ่งน่าน้อยใจ และถึงนั่นจะใช่ปุ่นคนเดิมของเขาจริงๆ สภาพอย่างนี้เขาจะกล้าไปพบเธอได้หรือ?



ไม่มีวุฒิ...ไม่มีฐานะ...ไม่มีครอบครัว...แม้แต่สิ่งที่สัญญาว่าจะหามาให้ก็กลับจะยิ่งไกลจนมิอาจเอื้อม

บางที...การปล่อยให้เธอยังจดจำภาพเพื่อนรักที่สวยงามในอดีตนั้น...อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแก่ทั้งสองฝ่ายก็เป็นได้...
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/anilan
อนีลัน
นักเขียนอาชีพ
นักเขียนอาชีพ
avatar

Female
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 216
อายุ : 26
Registration date : 19/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Promise of Memories   9/5/2007, 9:47 pm

‘พี่ต้นเป็นพ่อนะ ปุ่นเป็นแม่ ส่วนน้ำหวานก็เป็นลูก’ เด็กหญิงตัวน้อยคอยชี้กำกับบทให้เหล่าเพื่อนๆที่นั่งล้อมวงกันอยู่

‘แต่พี่อยากไปเล่นหุ่นยนต์กับปิงปองอะ’ เด็กชายต้น ชี้ไปยังเพื่อนร่างอ้วนกลมที่ยืนรอพร้อมหุ่นยนต์แปลงร่างสองตัวในมือ

‘ไม่ได้! พี่ต้นต้องเป็นพ่อ ไม่งั้นปุ่นไม่ยอมจริงๆด้วย’ ปุ่นดึงแขนเสื้อของต้นที่ทำท่าจะลุกเดินหนีเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ต้นหันมามองน้องสาวที่ตัวพอๆกับเขาอย่างลำบากใจ หันไปหาปิงปองแต่ก็พบว่าเพื่อนตัวใหญ่คนนี้หายไปเล่นกับอีกคนเสียแล้ว เด็กชายถอนหายใจเบาๆก่อนจำใจนั่งลงมาเล่นพ่อแม่ลูกตามคำขอของปุ่นที่ยิ้มจนแก้มแทบปริ



บ้านของต้นกับเด็กหญิงนามว่าปุ่นคนนี้อยู่ถัดไปสองหลัง แต่ด้วยความที่มีเด็กๆอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน พวกแม่ๆจึงมักชอบมานั่งคุยกันยามรอสามีกลับมาบ้านอยู่เสมอ แล้วเด็กๆทั้งสองคนก็เลยต้องพลอยสนิทและเล่นด้วยกันอยู่เนื่องๆ ต้นนั้นอายุสิบสอง ส่วนปุ่นนั้นอ่อนกว่าอยู่เกือบสามปี เขาเลยต้องถูกจับให้เป็นพี่ชายจำเป็นของสาวน้อยคนนี้อยู่เสมอ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นพี่ชาย... แต่ตัวของปุ่นนั้นก็เกือบจะเท่ากับเขาอยู่แล้ว



‘พ่อ! เหม่ออะไรน่ะ ไปส่งลูกไปโรงเรียนได้แล้ว’ เด็กหญิงตัวน้อยเท้าสะเอวตีหน้ายักษ์ให้ผู้รับบทเป็นพ่อที่ตัวแต่นั่งเหม่อ ต้นยิ้มขำน้อยๆกับท่าทีเจ้ากี้เจ้าการจนน่าขันของเด็กน้อย เหยียดกายลุกขึ้นก่อนลากน้ำหวานที่รับบทเป็นลูกจูงไปทางต้นชงโคที่มีเด็กคนอื่นๆรับบทเป็นคุณครูที่โรงเรียนอยู่ และเมื่อเดินกลับมาที่ บ้าน ก็พบผู้รับบทเป็นภรรยานั่งยิ้มหวานรออยู่

‘ทำกับข้าวไว้แล้วนะคะ มีแกงส้ม กับต้มข่าไก่’ มือเล็กป้อมยื่นใบมะม่วงม้วนเป็นทรงกรวยที่มีภายใจบรรจุกรวดก้อนเล็กๆจนแทบล้นทั้งสองอันยื่นให้ ต้นรับมาเบาๆด้วยระวังว่าเศษกรวดที่พูนล้มจะหกไปหมดหากเผลอไปนิดเดียว ปุ่นยิ้มจนตายิบหยีเมื่อเห็นต้นทำท่ากินอย่างเอร็ดอร่อย แล้วจึงค่อยเดินไปเก็บใบไม้มาสมมติเป็นอะไรต่อมิอะไรของเธอต่อ



ต้นมองตามร่างเล็กป้อมที่มีพวงแก้มสีชมพูใส ดวงตากลมโตสีดำสนิทที่กวาดไปรอบๆอย่างใครรู้ จมูกรั้นๆละริมฝีปากที่เชิดนิดๆตามแบบฉบับของเธอ...น้องสาว

เด็กชายรู้สึกวูบไหวในใจเมื่ออยู่ๆปุ่นหันมายิ้มหวานให้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตัวเขาเองก็เคยเล่นกับเด็กคนอื่นๆมาก็มากแต่ไม่เคยมีใครที่เขาจะยอมตามใจได้มากอย่างเธอคนนี้ แต่เริ่มเดิมทีเขาเองก็นึกรำคาญที่เด็กน้อยคนนี้คอยตามต้อยๆตั้งแต่เริ่มเดินได้ และคอยลากเขามาเล่นอะไรต่อมิอะไรตามแบบเด็กผู้หญิงอยู่เรื่อยๆจนเขาเกือบจะทะเลาะกับเพื่อนที่กล่าวหาว่าเขาเบี่ยงเบน... จวบจนวันที่ปุ่นเป็นไข้หวัดใหญ่นอนซมมาเล่นกับเขาไม่ได้หลายต่อหลายวัน วันนั้นแหละที่เขารู้ว่าเขารักและหวงแหนน้องสาวคนนี้มากเพียงไร...

แม้หลายๆครั้งผู้ใหญ่รอบตัวจะคอยหัวเราะเยาะและย้ำเตือนไปว่าเป็นเพียงความชอบพอของเด็กๆที่แสนเปราะบาง แต่เขาก็เชื่อในความรักครั้งนี้...



‘ว้ายๆ พี่ต้น มาดูนี่สิ กิ้งกือตัวเบ้อเริ่มเลย’ ปุ่นนั่งยองๆกวักมือเรียกหยอยๆในขณะที่ตาก็ก้มลงไปแทบจะติดกับเจ้าสัตว์ตัวยาวที่กำลังคลานหนีไปอีกทาง ต้นแอบอมยิ้มกับความไร้เดียงสาของเด็กน้อยและไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดคำคำนั้นออกไป...

‘พี่ต้นว่ายังไงนะ’ ร่างเล็กเอ่ยทวนเสียงเบาหวิว อวัยวะบางอย่างที่อยู่บริเวณช่องอกด้านซ้ายเต้นระรัวเร็วขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ

‘พี่บอกว่า...ถ้าปุ่นโตขึ้นแต่งงานกับพี่นะ’ ต้นแสร้งทำเป็นเงยหน้ามองฟ้ามือล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งๆที่ผิวสีเข้มกลับเรื่อสีแดงเสียจนน่าขัน เด็กสาวเกือบหลุดปากตกลงไปโดยพลันหากไม่ติดว่าความคิดหนึ่งจะแล่นวาบเข้ามาในหัว

‘ไม่เอาอะ’ หัวใจของหนุ่มน้อยที่รอคำตอบอยู่หล่นแป้วไปอยู่ที่ตาตุ่ม ‘ถ้าพี่ต้นไม่มีแหวนหมั้นปุ่นไม่แต่ง’ มือขาวๆยกขึ้นมากอดอกแล้วเชิดหน้าไปอีกทาง แต่ต้นก็ใจชื้นขึ้นเมื่อแอบเห็นว่าใบหน้าที่ฮุบลมเอาไว้เต็มกระพุงแก้มนั้นแต้มไปด้วยรอยยิ้มพรายเสียจนเก็บไม่อยู่

‘เดี๋ยวพี่มานะ’ ทิ้งท้ายไว้เบาๆก่อนรีบผละไปทางกองของเก่าเหลือใช้ด้านหลังชิงช้า เหลียวซ้ายแลขวา หาของที่พอจะเป็นแหวนหมั้นอยู่นาน จนในที่สุดก็ไปลงเอยที่กระป๋องน้ำอัดลมสีแดงที่ถูกเตะจนบู้บี้ สอดนิ้วเข้าไปและดึงที่เปิดฝาออกมาอย่างแรง ในที่สุดก็ได้ของที่ต้องการมาไว้ในกำมือ...



‘อะ นี่แหวนหมั้น’ ต้นยื่นฝาอลูมิเนียมไปตรงหน้าเด็กหญิง ปุ่นเกือบจะหลุดแหวออกมาเสียงดัง ‘พี่ต้น! สกปรกออก แล้วขนาดนี้จะเป็นแหวนหมั้นได้ยังไงล่ะฮึ!’ สาวน้อยยื่นมือซ้ายไปตรงหน้าอย่างโกรธๆ ต้นมองนิ้วที่ออกไปทางเล็กป้อมสลับกับรูระหว่างฝาอลูมิเนียมที่เล็กกว่ามากแล้วยิ้มแหะๆอย่างเขินอาย

‘แต่เอาเถอะ เห็นว่าเป็นพี่ต้นนะเนี่ยปุ่นถึงยอมรับ’ ใช้มืออีกข้างคว้าหมับแล้วแกล้งเก็บใส่กระเป๋าหน้าตาเฉย ต้นนิ่งอึ้งไปสักพักก่อนเอื้อมไปขยี้หัวสาวน้อยอย่างหมั่นเขี้ยว ‘ท่ามากนักนะเรา พี่สัญญาว่าพอโตขึ้นจะหาเงินมาซื้อแหวนให้ปุ่นวงเบ้อเริ้มเลย’

‘ไม่รู้ล่ะ สัญญาแล้วนะ’ ปุ่นย่นหน้าใส่พี่ชายที่คงยังขยี้ศีรษะของเธออยู่อย่างเมามัน มือกร้านตบหัวเธอเบาๆอีกสองถึงสามครั้งก่อนเปลี่ยนมายื่นนิ้วก้อยให้แทน ‘สัญญาด้วยเกียรติของพี่เลยอะ’

ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ มีเพียงนิ้วเล็กๆทั้งสองที่ยังคงเกี่ยวกระหวัดกันแน่นแทนคำสัญญา เป็นวิวาห์ที่ไม่ต้องการพิธีรีตองใดๆ มีเพียงเกลียวนิ้วสองสีที่พันกันแน่นไม่ยอมปล่อยเท่านั้น...
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://my.dek-d.com/anilan
 
Promise of Memories
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ 
เธซเธ™เน‰เธฒ 1 เธˆเธฒเธ 1

Permissions in this forum:เธ„เธธเธ“เน„เธกเนˆเธชเธฒเธกเธฒเธฃเธ–เธžเธดเธกเธžเนŒเธ•เธญเธš
Writerclub :: วรรณกรรม :: นิยายแนวทีน-
เน„เธ›เธ—เธตเนˆ: